[US Series] Criminal Minds

posted on 22 Sep 2009 10:33 by kotchh  in Series

 

ไม่ได้สนใจ blog นี้มานาน วันนี้ว่าง (จัด)ก็เลยอู้งานมาอัพบล๊อกซักหน่อยดีกว่า

คิดไปคิดมา ตรูมีเรื่องไรจะอัพเหรอฟร่ะ วันทั้งวันก็แทบไม่ได้ไปไหนมัวแต่กลับบ้านดู Series จนตาแฉะ

เอ๊า ไหนๆ ก็ดูแต่ซีรี่ย์ก็ลองมาอัพซีรี่ย์ที่เพิ่งดูจบซีซั่นไปเมื่อคืนวันก่อนดีกว่า

   

ปกติเป็นคนชอบดูซีรี่ย์แนวสืบสวนสอบสวนมากอย่างพวก CSI,24, BONES ดูมาหมดละ

 

แต่มาติดใจจริงๆ ก็เรื่องนี้่แหล่ะ

 

“Criminal Minds”

 

 

 

ตอนแรกที่ตัดสินใจซื้อเรื่องนี้มาดูเพราะชื่อมันบอกอยู่แล้วว่าจะเป็นแนวจิตใจของการฆาตรกรรม พอไปหา้ข้อมูลเพิ่ม ((หึหึ จะดูซีรี่ย์ทั้งที อย่าให้เสียตังค์ฟรี ต้องหาข้อมูลก่อนเฟ้ย) )มันเป็นแบบที่คิดจริงๆ เหมือนเป็นเรื่องที่หามานานเพราะมันคือการวิเคราะห์พฤติกรรมของเหล่า FBI เพื่อจับฆาตรกรโรคจิต ฆาตรกรต่อเนื่อง (Serial Killer) นั่นเอง คนที่เป็นเหยื่อทุกอย่างส่วนใหญ่จะมีส่วนพ้องกันไปหมดต้องหาจุดเชื่อมโยงของเหยือให้ได้ แล้วจะนำไปสู่ฆาตรกรได้...ในเรื่องนี้ ผู้ต้องสงสัย จะถูกเรียกว่า "unsub

   

ตกลงใจซื้อเลย

   

แล้วก็ไม่ผิดหวัง ชอบมาก เราเชื่อว่าการที่คนคนนึงเป็นฆาตรกรโรคจิต หรือ ฆาตรกรต่อเนื่องนั้น มันมีเหตุผลเกี่ยวกับความคิดไม่ใช่เหมือนคดีสืบสวนสอบสวนทั่วไป ที่มักจะหนักไปทางฆ่าชิงทรัพย์ ผลประโยชน์ หรือเรื่องชู้สาว แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตใจ สภาพการเลี้ยงดู พฤติกรรมที่แสดงออกสิ่งแวดล้อมที่เติบโต และจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนๆนึง ได้กลายมาเป็นฆาตกรโรคจิตได้

   

ที่เราทึ่งมากๆ ก็คือ หน่วยงาน BAU (Behavior Analyst Unit) ที่ตั้งอยู่ในสำนักงาน FBI Quantico, Virginia ((ไม่รู้ว่าหน่วยงานนี้เค้ามีจริงๆหรือว่าเป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นมา...)) แล้วก็พวกเหล่า Special Agent หรือ เจ้าหน้่าที่พิเศษ ผู้วิเคราะห์พฤติกรรมและสามารถอ่านความคิดของทุกคนได้อย่างแม่นยำ ทึ่ง !!! ((จะว่าไปมันก็คือละคร มันก็ต้องเก่งกันหมดแหล่ะ 555+ แต่สรุป อิชั้นชอบบบบ))

   

ที่ทึ่งอีกอย่าง ก็คือหน่วยงานนี้มีเครื่องบินเจทส่วนตัวด้วย โอ๊ว! พระเจ้า หรูหรา่ร่ำรวยไฮโซกันเหลือเกิน เนื่องจาก BAU ในท้องเรื่องมีแค่นี่ที่แห่งเดียวดังนั้นเวลาเกิดคดีฆาตรกรรมต่อเนื่องที่ไหน ก็จะต้องใช้เจ้าเจทส่วนตัวบินพาไปทุกๆที่ในสหรัฐ สะดวกสบายจัง ^^

   

เล่ามาเยอะละ ไปรู้จักตัวละครดีกว่า หุหุ

 

คนนี้ก่อนเลยอร๊ายยยย แอรอน ฮอตช์เนอร์ หรือ ฮอตช์  (Aaron Hotchner) เป็นหัวหน้าหน่วย BAU เป็นคนแน่วแน่ ทำงานจริงจัง เืลือกงานมาเป็นอันดับ 1 จนภรรยาที่คบกันมาตั้งแต่สมัย hi-school ต้องขอหย่าเพราะฮอตช์ไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลย ทั้งๆ ที่น้องแจ๊คลูกชายยังไม่กี่ขวบเลย

 

 

 

 

 

ส่วนตัวเราชอบตัวละครตัวนี้่มาก ดูมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว อดทน ยุติธรรม รักพวกพ้องลูกน้อง แต่ว่าฮอตช์จะเครียดมากจนแทบไม่เห็นรอยยิ้มเลยในเรื่อง ยิ่งตอนหลังๆ ที่หย่า (ss3) ด้วยแล้ว ยิ่งไม่ยิ้มเลย ((หุหุ ว่าไปก็ชอบนะนั่น เงียบๆ ขรึมๆหน้าตามีปัญหาๆๆ ชอบ ^^))

 

 

 

แต่ใครบอกว่าฮอตซ์ยิ้มไม่เป็นนี่ไง ยิ้มแล้ว.... แต่ไม่ใช่ในเรื่องนะ

ว่าไปยิ้มก็หล่อ ไม่ยิ้มก็หล่อ สรุป ดูดีหมด โว๊ะ โฮะโฮะ ((บ้าผู้ชายอีกละตรู-_-‘))

 

 

 

ต่อๆๆ คนนี้น่าเสียดาย ที่เล่นได้แค่ SS3 โผล่มาแค่ไม่กี่ตอน ก็ไม่ได้เล่นแล้ว แอบไปสืบรู้มาว่า เกิดติสต์ฺแตกไม่อยากเล่นต่อ ก็เลยขอถอนตัวไปซะดื้อๆ เศร้าเลย T-T

 

นั่นก็คือ เจสัน กีเดียน (Jason Gidean playby Mandy Patinkin) กีเดียนเคยเป็นหัวหน้า BAU มาก่อนฮอตช์ แต่ส่งลูกน้องไปทำคดีในโกดังที่บอสตันแล้วโดนระเบิดตายหมด เจสันเป็นคนเก่งมากๆ คนนึงทีเดียว เวลาที่เค้าพูด เค้าแสดงออก สีหน้าและแววตาบอกได้ว่าเค้าอ่านนิสัยของฆาตกรและคนอื่นๆ ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ... แต่ท้ายที่สุดเค้าก็ขอลาออกจาก BAU เพราะเพื่อนสาวที่ชือ Sarah ถูกฆ่าตายเพราะเค้า และเค้าไม่สามารถปกป้องเธอได้เจสัน ทำงานทั้งที่ใจยังมีภาพของเพื่อนโดนฆ่าไม่ได้ ก็เลยขอลาออกจากการเป็น SpecialAgent BAU ไป พร้อมกับความเศร้าของคนดู

 

 

คนที่มาใหม่ก็คือ แท่น แทน แท๊นนนน ..... Joe Mantegna ที่มารับบท David Rossi อเมริกันเชื้อสายอิตาเลี่ยน ที่เคยเป็นผู้ก่อตั้ง BAU ในอดีต ที่จริงรอสซี่ได้เกษียณไปแล้ว แต่ก็ขอกลับมารับหน้าที่แทนกีเดียนด้วยตัวเอง เพราะตัวเองยังมี unfinished business กับฆาตรกรรมหนึ่งเมื่อ20 ปีที่แล้ว ฆาตกรยังลอยนวล ทำให้เค้าไม่สามารถนอนหลับได้เพราะคิดถึงแต่ภาพที่เด็ก 3 คน เห็นพ่อแม่ถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตา ... สุดท้ายเค้าก็ทำให้มันเป็น finished business ได้ เก่งมาก

 

ส่วนตัวเรา เราก็ชอบคนนี้นะ ดูฉลาดเก่งรอบด้าน แต่ด้วยความที่เกษียณไป แล้วก็ไม่ค่อยคุ้นกับวิวัฒนาการสมัยใหม่และบางครั้งก็ทำงานไม่ปรึกษาใคร บุ่มบ่าม แต่สุดท้าย ผลออกมาดี ^^

 

ต่อไปๆๆๆๆคนนี้เห็นทีแรกก็ปิ๊งเลย อิอิ... ไม่ได้ปิ๊งความหล่อนะ ((เพราะดูแล้วก็ไม่ค่อยหล่อเล๊ยแถมยังแห้งอีกต่างหาก)) เราปิ๊งที่ความฉลาด Dr. Spencer Reid ผู้มี IQ ถึง 187แถมยังสามารถอ่านหนังสือได้ 20,000 คำต่อนาที ไม่ได้อ่านได้เฉยๆ นะเฟ้ย จำได้หมดด้วยเวลาที่ถามถึงสถิติ หรือเหตุการณ์ในอดีตย้อนหลัง รี๊ด จะเป็นเหมือน IT เคลื่อนที่ของ BAU เลย รี๊ดจบ Hi-School ตอนอายุ 12 แล้วก็ได้ PhDs ในสาขา Mathemathics,Chemistry & Engineering โอ๊ววว เก่งมากกกก

 

แต่รี๊ดเองก็ไม่ได้perfect นะ เพราะเนื่องจากเค้าเก่งมาก ทำให้เค้าโดนเด็กนักเรียนกลั่นแกล้งเป็นประจำ กีเดียนไปเจอตัวเข้าในงานสัมมนาซักแห่ง ก็เลยชวนรี๊ดมาทำงานที่ BAU ตอนที่รี๊ดมาทำงานกับ BAU แล้ว เวลาไปทำงานนอกสถานที่แล้วต้องแนะนำตัวให้กับตำรวจ+นักสืบท้องถิ่น กีเดียนจะแนะนำรี๊ดกับทุกคนว่า “นี่ ดร. สเปนเซอร์ รี๊ด” ทุกครั้งเนื่องจากจะได้ไม่ถูกคนอื่นมองแค่เปลือกนอกว่าเป็นเด็กอยู่อยากให้ทุกคนให้เกียรติรี๊ด ในฐานะที่เป็น ดร. อันนี้ชอบมากจริงๆ ^^

 

ไหนๆมีแต่ผู้ชาย ก็เอาให้หมดละกัน

เดเรค มอร์แกน (Derek Morgan) คนนี้ก็เก่ง พะบู้เก่ง ออกรบเก่งวิเคราะห์โดยการเอาตัวเองสมมติเป็นฆาตกร คิดเหมือนฆาตรเพื่อหาวิธีการและแรงจูงใจเก่งดี

 

 

ต่อมาเลยคนนี้ เจเจ หรือ Jennifer Jareau น่ารักมากกกกกกกกกก ชอบๆๆๆๆๆ ผู้หญิงอ่อนหวานผมทอง สวยอ่ะ ชอบ ^^

 

เจเจไม่ใช่นักวิเคราะห์พฤติกรรม (Profiler) แต่เป็นเหมือนตัวกลางให้กับ BAU กับตำรวจท้องถิ่นและสื่อ แฟ้มคดีทุกแฟ้ม จะต้องผ่านมือ เจเจ และเจเจจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกรับคดีไหนให้กับหน่วย BAU ทำ

น่ารัก^^

 

คนนี้มาใหม่ตอน SS2 คือ Emily Prentiss เป็นลูกสาวของนักการทูต เข้ามาทำงานไ้ด้เพราะความสามารถ+เส้นสายเล็กน้อ ยตอนแรกที่ได้รับเข้ามาทำงานเธอได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ว่า จะต้องมาหาทางจับผิดหน่วย BAUแล้วทำให้ฮอตช์ต้องโดนไล่ออก แล้วจะได้เพรนทิสมาทำงานเป็นหัวหน้าหน่วย BAUแทน แต่สุดท้ายเพรนทิสคนดีก็ไม่เอาเรื่องไปบอก แถมปกป้องหน่วยงานนี้อีก เป็นคนดี

 

ตอน SS3 ท้ายๆ เอมิลี่ตัดผมหน้าม้า น่ารักอ่ะ ชอบ^^

 

ตำแหน่งที่เพรนทิสมาแทนนั้นคือ Elle Greenaway เราไม่ค่อยผูกพันกะตัวละครต้วนี้เท่าไหร่ อาจเป็นเพราะว่ามาแค่ SS1 กะ ต้น SS2 เท่านั้น แต่จะไม่เขียนถึงก็ไม่ได้ เพราะชีก็เป็นหนึ่งใน BAU นี่นา

 

มาคนสุดท้ายเป็นสาวฮ๊อตสุดสวยของ BAU นั่นคือ Penelope Garcia เป็น Team’s Computer Technican การ์เซียแต่งตัวจัดจ้านเพราะว่างานของเธอต้องคอยหาขัอมูล แกะรอย ดูคลิป หรือแยกเสียงที่มีการฆาตรกรรมการทำงานแบบนี้ทั้งวันทั้งคืนในห้องที่มีแต่จอคอมเธอจึงต้องมีของกุ๊กกิ๊กประดับเต็มห้องไปหมดพร้อมกับชอบพูดจาเกี้ยวกะเดเรคเป็นประจำ

 

เดิมทีการ์เซียเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ตายด้วยอุบัติเหตุโดนคนเมาขับรถชนเธอมีความสามารถในการเจาะข้อมูลและวิเคราะห์สังเกตออกมาได้เป็นอย่างดี ครั้งนึงเธอเคยแฮคข้อมูลของ FBI ได้ ดังนั้น FBI จึงตัดสินใจจ้างเธอทำงาน ที่กว่าปล่อยให้เธอกลับมาแฮ๊คข้อมูลได้อีกในเรื่องการ์เซียเก่งมากๆ ทำได้ทุกอย่าง หาให้ทุกเรื่อง ไม่รู้ว่าจริงๆ FBI มีคนทำงานเก่งขั้นเทพแบบนี้รึเปล่า ^^ 

 ตอนนี้ดูถึง ss3 แล้ว สนุกตื่นเต้น แถมตอนจบซีซั่นยัง.....อีกซะงั้น

แต่ไม่เป็นไร ไปอ่านสปอยด์มาเรียบร้อยละ อิอิ

ถ้่าใครชอบซีรี่ย์สืยสวนสอบสวนฆาตรกรรมแนววิเคราะห์พฤติกรรม เรื่องนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ^^  

 

09/09/09

posted on 09 Sep 2009 17:48 by kotchh  in DayToDay
วันนี้เป็นวันที่ 09/09/09 ถือว่าเป็นวันมงคล
ขอมาประทับเก็บวันดีๆ ไว้ในบล๊อกซะหน่อย ^^

[Movie] Perfume

posted on 17 Jul 2009 09:49 by kotchh  in Movie

Perfume : The Story of Murderer

 เกิดอาการนอนไม่หลับ กดรีโมทไปเรื่อย ๆ จนไปเจอหนังเรื่องหนึ่งเข้า เป็นหนังย้อนยุคสมัยศควรรษที่ 17 มาสะดุดชื่อของตัวละครเอกที่ชื่อว่า ฌอง-เบบติสท์ เกรอนุย ก็นึกว่าเป็นเรื่องของศาสนา แถมเรื่องเพิ่งจะเริ่มอีก ก็เลยลองดูละกัน

เริ่มเรื่องที่กลางตลาดของกรุงปารีส แม่ค้าขายปลาได้ให้กำเนิดลูกชายกลางตลาดนั่นเลย พอคลอดเสร็จก็ตั้งใจจะทิ้งลูกตัวเองไว้ แต่ลูกชายกลับร้องลั่นตลาด ทำให้แม่หนีไม่พ้น โดนจับแขวนคอตาย เพราะการทิ้งลูก ถิอเป็นการฆ่าคนโดยเจตนา

เกรอนุยโดนนำตัวมาไว้ที่บ้านเด็กกำพร้าที่เต็มไปด้วยเด็กๆ ที่อยู่กันอย่างเบียดเสียด ด้วยความที่เค้าเป็นคนพิเศษจนเด็กคนอื่นสัมผัสได้ และไม่ต้องการให้เกรอนุยมีชีวิตอยู่ เลยเอาหมอนมากะปิดปากให้ตาย แต่เกรอนุยกลับไม่ตาย เพราะคนดูแลมาเห็นเข้าก่อน หลังจากนั้นมา ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเกรอนุยอีกเลย

Photobucket

แต่เกรอนุยเองเหมือนจะได้รับพรจากพระเจ้า ถึงตอนอายุ 5 ขวบ เค้าพูดไม่ได้ แต่สามารถรับกลิ่นได้เป็นอย่างดี สามารถแยกแยะกลิ่นของสิ่งขอบต่าง ๆ ได้อย่างละเอียด เช่น กลิ่นหญ้าเปียก หรือ หญ้าแห้ง กลิ่นกบที่อยู่ในบึง กลิ่นไข่ของกบที่เพิ่งฟักออกมา

พอเกรอนุยโตมาอีกนิด เขาก็ได้ถูกขายมายังโรงฟอกหนัง หลังจากที่ขายไป คนที่เลี้ยงดูเกรอนุยที่บ้านเด็กกำพร้าก็โดนฆ่าปาดคอตาย ((เป็นคนที่สองที่ทิ้งเกรอนุยแล้วต้องตาย)) เกรอนุยอยู่ในโรงฟอกหนังหลายปี จนมีอยู่วันหนึ่ง เจ้าของพาเกรอนุยไปส่งหนังที่ตลาด เกรอนุยดีใจมาก เพราะเค้ามีความต้องการอยากจะไปสูดดมกลิ่นต่าง ๆ ของโลกอันกว้างใหญ่

 

Photobucket

ที่ตลาดนี้เองมีทั้งพืชผักนานาชนิด มีสัตว์หลายประเภท เค้ามีความสุขมาก แต่เค้าต้องมาสะดุดอยู่กับกลิ่นหนึ่ง นั่นก็คือกลิ่นของหญิงสาวที่ถือลูกพีชมาขาย เค้าเดินตามหล่อนไปเงียบ ๆ พอหล่อนหยุด เค้าก็แอบดมกลิ่นกลายอย่างเงียบๆ จนเธอรู้สึกตัว วิ้งหนีออกไป

 

แต่ถึงยังไงก็หนีไม่พ้น เพราะเกรอนุยมีความสามารถในการดมกลิ่นชั้นเลิศ ตามไปจนเจอว่าเธอกำลังปอกลูกพีชอยู่

เค้าดมกลิ่นเธออีกครั้ง งวดนี้มาแบบเงียบ ๆ ((ดูไปกลัวไป แต่ตอนที่ดูคิดว่า ที่พระเอกดม เพราะไม่เคยได้กลิ่นกลายหญิงสาว เลยเกิดหลงรักขึ้นมา แต่ .....)) เธอรู้สึกตัวหันมาเห็นหน้าเกระนุย ก็ตกใจร้องกรี๊ดดดดด ((เป็นใครก็ร้องฟร่ะ เล่นมาดมเงียบ ๆ ))

Photobucket
Photobucket
Photobucket

เกรอนุยกลัว ก็เลยเอามืออุดปากไม่ให้เธอร้อง ระหว่างนั้นมีคนเดินผ่าน เกรอนุยเลยพาเธอหลบ มือก็ยังอุดปากเธออยู่ สุดท้าย เธอก็ขาดใจตาย เพราะมือไปปิดจมูก ทำให้เธอหายใจไม่ออกนั่นเอง

ทีแรกตอนดูนึกว่าเกรอนุยจะเสียใจกับการจากไปของหญิงสาว แต่กลับไม่ใช่หว่ะ เกรอนุยวางเธอลงบนพิ้น แล้วจัดการ ((ไม่ใช่ข่มขืน)) ดม ดมไปทั่วร่างเลย ((ตอนดูตกใจมาก โรคจิตสุดๆ)) ดมอยู่ได้ซักพักก็ต้องกลับ ปล่อยร่างของหญิงสาวคนนั้นไว้

เกรอนุยหลงใหลกลิ่นของหญิงสาวมาก แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างเค้า เมื่อต้องมาส่งหนังที่ฟอกไว้ให้กับร้านน้ำหอมที่เคยเป็นที่นิยมในอดีต แต่ตอนนี้กำลังจะเจ๊ง เกรอนุยหาโอกาสแสดงตัวเองให้เจ้าของร้านเห็นความสามารถในการทำน้ำหอมของเขา ต้องใช้การพิสูจน์และพยายามดื้อดึงที่จะบอกเจ้าของร้านน้ำหอมอยู่นาน จนท้ายสุด เจ้าของร้านก็ยอมรับและทึ่งในพรสวรรค์อันล้ำเลิศของเกรอนุยจนไปซื้อตัวเกรอนุยมาจากโรงฟอกหนัง และรับเข้ามาช่วยทำงานในร้าน และพอเกรอนุยออกจากโรงฟอกหนัง เจ้าของโรงฟอกหนังก็โดนเรือขนเสียชีวิต

เกรอนุยทำให้กิจการของร้านน้ำหอมเจริญรุ่งเรือง แต่ที่เกรอนุยต้องการจากเจ้าของร้านน้ำหอมก็คือ สอนวิธีการเก็บรักษากลิ่น เจ้าของร้านสอนวิธีการทำน้ำหอม ((เราได้ความรู้เรื่องการทำน้ำหอม การเลือกกลิ่นจากเรื่องนี้เป็นอย่างมาก)) น้ำหอมจะมีสามคอร์ตด้วยกัน คอร์ตแรก จะเป็นคอร์ตที่เมือสูดกลิ่นเข้าไปจะสะดุดเมื่อแรกได้กลิ่น คอร์ตที่สองจะเป็นคอร์ตหลักที่กลิ่นนี้จะอยูตลอด คอร์ตที่สามจำรายละเอียดไม่ได้ และก็จะมีหัวน้ำหอมกลิ่นสุดท้ายเป็นกลิ่นที่พิเศษสุด จะไม่มาใส่รวมกลับกลิ่นของสามคอร์ตแรกด้วย

เจ้าของสอนวิธีกลั่นหัวน้ำหอม เกรอนุยกระหายที่จะเรียนรู้เอามาก ๆ เค้าก็ทำสำเร็จ แต่.......

สิ่งที่เขาต้องการคือ การเก็บรักษากลิ่นเอาไว้ เกรอนุยนำทองแดง เหล็ก และแมวที่เจ้าของบ้านลงหม้อไอน้ำเพื่อกลั่นกลิ่นออกมา แต่ก็ทำไม่ได้ เจ้าของร้านน้ำหอมบอกว่า เราไม่สามารถเก็บกลิ่นทุกกลิ่นเอาไว้ได้ เล่นเอาเกรอนุยล้มป่วยจับไข้ เจ้าของร้านเห็นใจ เลยบอกเกรอนุยว่า ที่เมืองกราสส์มีวิธีทำน้ำหอมอยู่ ถ้าอยากไป เขาจะทำหนังสือส่งตัวเกรอนุยไป แต่ก่อนไป เกรอนุยต้องให้สูตรน้ำหอม 100 สูตรกับเขาไว้ก่อน ... เกรอนุยให้ไป 1,000 สูตรเลย 5555+

เรื่องยาวมาก แต่ใจความสำคัญของเรื่องอยู่ที่ตอนที่เกรอนุยไปเมืองกราสส์ เกรอนุยต้องการที่จะเก็บรักษากลิ่นกาย กลิ่นหอมของหญิงสาวที่เขาหมายปองเอาไว้ เขาได้เรียนรู้วิธีเก็บรักษากลิ่นอีกแบบ เอาเป็นว่าไม่บอกต่อแล้วกัน เพราะเด๋วจะไม่สนุก ใครอยากดูก็ลองไปหามาดูกันเอง

เป็นหนังที่ไม่เคยได้ยินชื่อ ไม่เคยเห็น แต่พอได้ดู กลับชอบเอามาก ๆ เนื้อเรื่องกระชับ ภาพสวย พระเอกแสดงได้ดีมากมาย (โรคจิตดี) ..... ดูตอนสี่ทุ่มครึ่ง จบตอนตี 1... เหอๆๆๆๆ กว่าจะหลับตาลงได้ แต่โดยรวม ชอบหว่ะ ^^ ต้องไปหาซื้อ DVD เก็บซะแล้ว ^^

Handbill 3 แบบ

Michael Jackson ::: You're not alone

posted on 26 Jun 2009 23:17 by kotchh  in Music

วันนี้ก็เหมือนวันปกติอื่นๆ อาจจะมาสายไปบ้างเล็กน้อยให้เลือดสูบฉีดเวลารีบเดินมาทำงานบ้าง มาถึงก็เปิดคอม เปิดเมลล์ เปิดเวบจีซบ ((อันนี้มาถึงทำอย่างแรกเลย เพราะเมื่อวานไปสัมมนา ไม่ได้ check ข่าวที่เฮียไป NY วันนึงเต็มๆ .... บล๊อกนี้ว่าจะไม่พูดถึงเฮียแล้วนะ อดไม่ได้หว่ะ -*-)) ซักพักได้ยินพี่อั๋นคุยกับพี่แอน ถามถึงว่า ไมเคิล แจ็คสัน อายุเท่าไหร่แล้ว เราเองก็งง ว่าทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมาถาม

อีกสักพักพี่แอนก็พูดถึงเรื่องลูกไมเคิลอีก ประมาณว่ามีกี่คน เราก็เห้ย มีไรกันเหรอ ไมเคิลเป็นอะไรเหรอ นาทีนั้นตกใจมาก คิดว่าถ้าไมเคิลเป็นอะไร ต้องมีข่าว CNN แน่นอน ก็เลยเปิดเวบ www.cnn.com ทันที

หน้าเวบไม่ต้องมีอะไรพูดถึงอีกแล้ว มีรูป Michael ขึ้นหรา พร้อมกับบอกประมาณว่า Michael Jackson is Dead

ณ เวลานั้น นาทีนั้น ช๊อคมาก มากๆๆๆ มากที่สุด เป็นไปได้ยังไง เกิดอะไรขึ้น พออ่านข่าวเค้าก็บอกแค่ว่า Heart Attack แต่เชื่อดิ่ เด๋วพวกนักข่าวก็ต้องมาประโคมข่าวแย่ๆ ออกมาขายข่าว ทำให้คนตายเสียชื่อกันขึ้นมาอีก

ที่จริงเราเสียใจมาก แต่ก็งงมาก ที่ทุกคนให้ความสนใจมากมายขนาดนี้ มีคนเสียใจกับการจากไปของไมเคิลได้มากขนาดนี้ เพราะเท่าที่เรารู้ ๆ กันว่า พักหลัง ๆ ไมเคิลจะโดนโจมตีหลายเรื่องมากมาย ทั้งเรื่องหลัก ๆ อย่าง ศัลยกรรม เรื่องการเงิน ครอบครัว ความนิยม ทำร้ายร่างกายเด็ก แล้วก็อีกสารพัดข่าวแย่ ๆ ที่นักข่าวช๊อบ ชอบกันนักหนา.....

แต่ถึงตอนนี้จะว่าไป ความยิ่งใหญ่ของไมเคิล ที่ไม่มีใครสามารถปฎิเสธได้ กลับกลบข่าวพวกนั้นไปหมด ทุกคนรู้สึกสูญเสียศิลปินที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคนี้ไปเลย ไม่มีอีกแล้ว สำหรับคนที่จะแสนวิเศษ เกิดมาเป็นอัจฉริยะพร้อมกับพรสวรรค์ด้านดนตรีแบบนี้ ขอให้ไปดี Rest in Peace :: Michael Jackson.

 

ไหน ๆ ก็พร่ำถึงไมเคิลไปแล้ว ก็ขอต่ออีกนิดไปเลยละกัน มานึกถึงความหลังว่ารู้จักไมเคิลครั้งแรกก็ตอนป. 4 ((โหย นานมากมายเลย)) จำได้ว่าพี่ผู้ชายข้างบ้านเปิดเพลงอัลบั้ม Bad ทั้งวันทั้งคืน เมื่อก่อนเป็นเทป ก็ฟังกรอไปกรอมา หลายรอบมาก จนเพลงมันฝังหัวเรา ตอนนั้นฟังยังไม่รู้เรื่องเลย เพลงภาษาอังกฤษอะไรนั่นอ่ะ รู้แต่ว่า คนร้องคือ ไมเคิล แจ็คสัน

มาสนใจอีกทีก็ประมาณ ม. 3 ที่มีอัลบั้มเพลง Dangerous ออก แล้วตอนนั้นไมเคิลก็มาเล่น concert ครั้งประวัติศาสตร์ที่ชาติไทยต้องจดจำ ถึงขนาดเป็น "Michael Fever" กันพักใหญ่เลยทีเดียว หลังจากนั้นมา เราก็เริ่มสะสมเทปเพลงย้อนหลัง ฟังเพลงมันทุกเพลง ไปซื้อหนังสือเพลงมาร้อง เปิดเพลงไป ร้องไปอยู่แบบนั้น จนเพลงอัลบั้มพวก Thiller/ Bad/ Dangerous/ History เราร้องได้เกือบหมดทุกเพลง เพลงที่ชอบที่สุดคงจะเป็น "Remember The Time" คงเป็นเพราะ mv. ที่ติดตากับไมเคิลสไตล์อียิปต์

 

เราจะรู้สึกโกรธเวลาคนชอบเอาไมเคิลมาล้อเลียน หรือด่าทอเรื่องสีผิวที่เปลี่ยนไป เรื่องลืมกำพืด ลืมชาติกำเนิดว่าตัวเองเคยเป็นผิวสี เราว่าเค้าเองก็คงไม่อยากจะเป็นแบบนั้น มันเสี่ยงกับทุกๆอย่าง แต่เค้ายอมทำ ยอมแลก ก็เพื่อต้องการทำให้แฟน ๆ เกิดความพึงพอใจในตัวเค้าสูงสุด ก็เท่านั้นเอง

อีกอย่างที่เราคิดว่า ไมเคิลมีอิทธิพลกะชีวิตเราก็คือ ภาษาอังกฤษ ด้วยความที่เวลาไมเคิลให้สัมภาษณ์หรือมีข่าวอะไรก็ตาม เราไม่สามารถฟังเค้าพูดได้ ฟังไม่ออก มันทำให้เรารู้สึกว่า เห้ย เราต้องตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ จะได้ฟังเวลาไมเคิลให้สัมภาษณ์รู้เรื่อง มันเลยทำให้เราสนใจแล้วก็ชอบเรียนภาษาอังกฤษขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จะบอกว่า ทุกวันนี้ได้ดีในด้านภาษาอังกฤษ ก็เพราะไมเคิล แจ็คสันนี่แหล่ะ

ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มีนักร้องที่ชื่อ ไมเคิล แจ็คสันแล้วก็ตาม แต่ไมเคิล จะอยู่ในใจของเรา และของทุกคนตลอดไป

 

You are not alone
For I am here with you
Though we're far apart
You're always in my heart
You are not alone

Good Bye Michael

You're always the Legend of the World.....King of Pop ~ Forever it be T_T

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (6 มิย. 09) นัดเจอกับอัญญ่าที่ JJ เหมือนเช่นทุกที งวดนี้ไม่ได้เจอกันนานเกือบปีครึ่ง พอนัดก็ต้องรีบเทคิวให้ทันที

เรามาถึง JJ ตอนประมาณบ่าย 2 ครึ่ง กว่าจะเดินหากันเจอก็เสียว่าไปถมเลยหว่ะ -*- ไปนั่่งชิว ๆ กินกาแฟกันที่ร้านประจำ นั่งคุยถามสารทุกข์สุกดิบ อัพเดทเล่าเรื่องราวชีึวิตของแต่ละคนกันอย่างเมามันส์กันนานพอสมควร เรากับอัีญญ่าก็ต้องไปตระเวนหาซื้อของฝาก + ของฝากซื้อจำพวกเสื้อผ้า กระเป๋า ซะเป็นส่วนใหญ่ ได้ของมาเต็มไม้เต็มมือ (อัญญ่า) มาเต็มไปหมดเลย 555+

พอซื้อของครบ ก็เกือบ 5 โมง เรากะอัญญ่าก็ต้องกลับละ เพราะอัญญ่ามีนัดกับเพื่อนอีกกลุ่มที่ร้านใน JJ นั่นแหล่ะ แล้วอีกอย่างเราก็ต้องกลับบัานด้วย ก็เลยแบ่บ อัญญ่า งั้นเด๋วไอเดินไปส่งที่ร้านนะ จำได้แม่นเลยว่าออกจากร้านเสื้อออกมา เพื่อเดินไปทางออกที่ โครงการ 2 ซอย 42

ระหว่างเดินออกมา ก็มีผู้หญิงคนนึงเดินมาแซงประกบเราทางฝั่งซ้ายมือ เราก็งงดิ่ ก็เราเดินอยู่กะอัญญ่า ไม่มีมารยาทรึไง มาเดินแทรกเค้า ((อัญญ่าเดินก่อนเรา เราเดินตามหลัง หุหุ ฝรั่งเดินนำคนไทยซื้อของหว่ะ 555+ ลำดับขั้นเราเลยถูกยัยนี่มากั้นกลาง))

เราก็เห้ย ไรวะ ยัยนี่ จะบ้าหรอ แต่ก็ไม่คิดไร เพราะเด๋วก็เดินออกไปแล้ว ก็คงพ้นๆ ไป

แต่พอถึงทางออกของโครงการ อยู่ดี ๆ ยัยนี่้ก็หยุดกึกกลางทาง แล้วก็มองมาที่ราวเสื้อผ้าที่อยู่ร้านตรงนั้นซะดื้อ ๆ คนที่เค้ายืนซื้อของแถวนั้นก็เต็มไปหมดอยู่แล้ว ทีนี่ทางเข้าทางออกเลยปิดตายเลยฮ่ะ แบบเข้าไม่ได้ ออกไม่ได้ ไอ่คนจะเข้าก็ไม่กล้าเบียด ไอ่เราคนจะเดินออกก็ไม่กล้าเบียด แต่อัญญ่าอ่ะ เดินลิ่วออกไปรอที่ถนนด้านนอกแล้ว เราก็เลยตัดสินใจเบียดออกมา เพราะ(แม่ง) ไรวะ จะดูเสื้อก็เดินไปใกล้ ๆ ร้านดิ่ มายืนเกะกะขวางทางอยู่ได้ บ้าป่าวฟร่ะ

พอเบียดออกมาได้ อัญญ่าก็หัวเราะ เพราะแบบ เห็นสภาพตอนเบียดแล้ว มันทุลักทุเลมาก 555+

เดินออกมาได้ไม่ถึง 10 ก้าวก็รู้สึกว่า เหมือนมีอะไรห้อยแกว่งอยู่ตรงขาขวา ก็เลยหันมาดู เห็นว่ากระเป๋าลูกห้อยโตงเตงอยู่ (กระเป๋าใบนี้มีกระเป๋าลูกมีสายยึดติดกับกระเป๋าใบใหญ่อย่างดี) ตอนนั้นตกใจมาก นึกว่าโดนล้วงกระเป๋าซะแล้วตรู ไม่งั้นกระเป๋ามันจะห้อยออกมาได้ยังไง

เลยรีบแหวกกระเป๋าดูของในกระเป๋ากระเป๋าึตังค์ .... ยังอยู่ ยัีงอยู่ ค่อยยังชั่ว โล่งอกโทรศัพท์มือถือ ... ยังอยู่อีกเหมือนกัน เย้ๆๆเห้ยๆๆ iPod หล่ะ .... ก็ยังนอนเอ้งเม้งอยู่ใต้กระเป๋ารอดละตรู เฮ้อๆๆๆๆ Open-mouthed

พอส่งอัญญ่าที่ร้านเสร็จ ด้วยความข้องใจไม่หาย ว่าไอ่กระเป๋าลูก มันห้อยออกมาได้ยังไง แล้วมีไรหายอีกรึเปล่า ขอสำรวจแบบละเอียดหน่อยดิ๊หามุมคนน้อย ๆ ((หายากมากกกก ในเจเจเนี่ยะนะ แทบไม่มีเล๊ย)) แล้วทำการแหวกกระเป๋าอีกรอบ

บร๊ะเจ้าจีซบบบบบบบ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เห้ย เห้ย เห้ย เห้ย

ระเป๋ากรูโดนกรีด Crying

โหย เป็นรอยยาวมากเลยอ่ะ ตกใจมาก โดนกรีดตรงที่อยู่ด้านหลัง ฝั่งที่อยู่ติดลำตัวเรา ตอนนี้เข้าใจทุกอย่างแล้ว ว่าทำไมกระเป๋าลุกถึงห้อยออกมา มันกรีดกระเป๋าแล้วควานหาของมีค่า แล้วดันไปเจอเป๋าลูกอันนี้เข้า ก็เลยดึงออกมา โดยที่ไม่รู้ว่ามันมีสายติดอยู่กับกระเป๋าแม่แบบถาวร นอกจากจะตัดออกนั้นแหล่ะ ถึงจะขาด แต่ว่าไป ถ้าได้กระเป๋าลูกไปก็คงได้แค่สมุดโน๊ตเล่มเล็ก ๆ กับปากกาหัวมิคกี้เม้าส์อีกหนึ่งด้ามเท่านั้นเองทีนี้ก็เลยสำรวจของในกระเป๋าอีกรอบ โชคดีมาก ที่ไม่มีอะไรหายเลย…โชคดีมาก ที่เราเอาของมีค่ามาไ้ว้ด้านหน้ากระเป๋าทั้งหมด เวลาเราสะพายกระเป๋า เราจะจับด้านหน้าไว้กับตัว แล้วเราเองก็รีบดันตัวออกมา ไม่ได้รอคนเดินไหลตามน้ำไป พวกมันก็เลยมีเวลาน้อยที่จะมาความหาของอย่างอื่นในกระเป๋าโทรหาน้องเลย

โทรหาน้อง “ตัวเองๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พี่โดนกรีดกระเป๋า”น้อง “เหรอ” …. อ้าวเห้ย ถามกูหน่อยดิ๊ ว่าเป็นไรรึเปล่า ของหายรึเปล่า 555+ สงสัยกำลังงง ซักพักเลยถามว่า “มีอะไรหายมั้ย แล้วตัวเองเป็นไรรึเปล่า” เออ ค่อยยังชั่ว 555+ เลยบอกน้องไปว่า ไม่มีไรหาย แต่เสียดายกระเป๋ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เสียดายมากๆๆๆๆๆ ชอบมากเลยกระเป๋าใบนี้ มันเบาดี แล้วก็จุมากด้วย จะหากระเป๋าที่ใช้ติดตัวตลอดแบบนี้ไม่ได้ง่าย ๆ ซะด้วยสิ T_Tบอกน้องว่า จะเดินหาซื้อกระเป๋าใบ 199 ซักใบไว้เปลี่ยนก่อนหว่ะ ให้เดินถือแบบขาด ๆ นี่คงไม่ไหวสรุป

วันนั้นก็ไม่ได้เิดินต่อเลย จะเดินหาซื้อรองเท้าแตะกะแว่นตาดำไปทำสวยที่ภูเก็ตอาทิตย์หน้าก็จบละ ไม่มีอารมณ์ละ แต่ยังไงก็ถือว่าโชคดีมาก ๆ ที่ไม่เ่สียกระเป๋าตังค์ไป เพราะบัตรในกระเป๋าเต็มไปหมด คุณพระคุ้มครอง

เล่าให้น้ำฟัง น้ำบอกว่า ไอ่คนที่มันมาเดินเบียดเราข้างซ้่ายอ่ะ เพราะแกถือกระเป๋าข้างขวา แกจะไม่ระวังตัวด้านโน้นไปเลย .... เออ จริงหว่ะแก เพราะทีแรกไม่ได้คิดว่า ญ คนนี้จะเป็นคนไม่ดีนะ ไม่คิดว่าจะเริ่มมาจากคนคนนี้เลย

ต่อไปเวลาไปเจเจ สงสัยต้องหากระเป๋าแบบเล็กที่สุดไป แต่ไม่รู้จะทำได้ป่่ะ ปกติเป็นบ้าหอบฟาง ชอบถือใบใหญ่ ๆ แต่นั่นแหล่ะ ไปสถานที่แบบนี้ มีของน้อย ๆ ดีกว่าที่สุด  ^^ 

สภาพกระเป๋า ลองหาดูสิ ว่าตรงไหนน๊า ที่โดนกรีด

เริ่มเห็นแล้วใช่มั้ย เนียนมาก

Photobucket

กรีดได้คมมากเลย ทีเดียวอยู่

สายของกระเป๋าเล็กที่ห้อยออกมาเป็นสายที่ผูกกระเป๋าเล็กไว้อยู่

Photobucket

สิ่งที่เหลืออยู่ แง๊

Photobucket